บทความเกี่ยวกับที่ดินTopic :คู่มือการดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว
 
ลำดับ
หัวข้อบทความ
 

คู่มือการดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว

  1. ๑.     กฎหมายและระเบียบปฏิบัติ

.๑  มาตรา ๕๐-๕๕,๙๐-๙๒,๙๔-๙๖,๙๖ ตรี, ๙๙ และ ๑๐๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

            .๒  กฎกระทรวงฉบับที่  ๔ (..๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ..๒๔๙๗

.๓  คำสั่งกรมที่ดิน  ที่ ๗๒๐/๒๕๔๗  ลงวันที่  ๙  มีนาคม  ๒๕๔๗  เรื่อง  มอบอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการปฏิบัติราชการแทน

       ๒.  หลักเกณฑ์ในการจำหน่ายที่ดิน

             คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว หรือผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว ต้องจำหน่ายที่ดินในกรณีดังต่อไปนี้

.๑  คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ที่ดินเพื่อกิจการใด ถ้าไม่ใช้ที่ดินนั้นต่อไปหรือได้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตใหม่ ให้จำหน่ายที่ดินนั้นภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว  ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

            .๒ คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการใด   ถ้าได้รับอนุญาตใหม่ให้ใช้ที่ดินนั้นเพื่อกิจการอื่น ซึ่งจำนวนที่ดินที่ได้รับอนุญาตนี้ลดลง  ให้จำหน่ายที่ดินส่วนที่เกินภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด    ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน  แต่ไม่เกินหนึ่งปี   ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว  ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

            .๓ คนต่างด้าวผู้ใดได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินตามความในมาตรา  ๘๗  วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  ถ้าไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนดให้จำหน่ายที่ดินส่วนที่ได้รับอนุญาตให้ได้มาเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้    ภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

            .๔ คนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาต  ให้จำหน่ายที่ดินนั้นภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด  ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น
  .๕ ผู้ใดได้มาซึ่งที่ดินในขณะที่มีสัญชาติไทย ถ้าภายหลังผู้นั้นเปลี่ยนสัญชาติเป็นคนต่างด้าวให้คงมีสิทธิถือที่ดินได้เท่าที่คนต่างด้าวนั้นจะพึงมีตามมาตรา ๘๗ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน นอกจากนั้นให้ทำการจำหน่ายภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อย

แปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

            .๖ เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้มาซึ่งที่ดินแห่งใด  ในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคล ตามความในมาตรา ๙๗ หรือมาตรา ๙๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ให้จำหน่ายที่ดินนั้นภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

            .๗ คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา ๙๖ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ถ้ากระทำการผิดหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๙๖ ทวิ  วรรคสอง  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ให้จำหน่ายที่ดินนั้นภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด

ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน  แต่ไม่เกินหนึ่งปี   ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว  ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

            .๘ นิติบุคคลใดได้มาซึ่งที่ดินในขณะที่ไม่ต้องด้วยบัญญัติของมาตรา ๙๗ และมาตรา ๙๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ถ้าภายหลังมีสภาพต้องด้วยบทบัญญัติในมาตรา ๙๗                                  

หรือมาตรา ๙๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ให้คงมีสิทธิถือที่ดินได้เท่าที่คนต่างด้าวนั้นจะพึงมีตามมาตรา ๘๗ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน   นอกจากนั้นให้ทำการจำหน่ายภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

           .๙ คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา ๙๖ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ถ้าไม่ได้ใช้ที่ดินนั้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย  ภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันจด

ทะเบียนการได้มา ให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

  1. ๓.     การมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนคำสั่งกรมที่ดิน ที่ ๗๒๐/๒๕๔๗  ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๗  (ตามบัญชีการมอบอำนาจ

จากอธิบดีกรมที่ดินให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการปฏิบัติราชการแทน ข้อ ๒.๓ และข้อ ๒.)

อธิบดีกรมที่ดินได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนในกรณีดังต่อไปนี้
  .๑ กำหนดเวลาให้คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว หรือผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว จำหน่ายที่ดิน และ

            .๒ จัดการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว หรือผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว ในกรณีที่ไม่จำหน่ายที่ดินภายใน

กำหนดเวลา ตาม ๓.๑   

            .๓  การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายที่ดินตามความในหมวด ๓  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน                                             

  1. ๔.     ขั้นตอนการพิจารณาดำเนินการ            เมื่อความปรากฏว่า คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ได้รับอนุญาต  หรือผู้ใดได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าว

หรือนิติบุคคลต่างด้าว และต้องจำหน่ายที่ดินตาม ๒.– .๘  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้ (สำหรับการจำหน่ายที่ดิน ตาม ๒.๙ ต้องดำเนินการตามที่ระบุไว้ใน ๔.)                                         

            .๑ สรุปข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นเสนออธิบดีกรมที่ดิน  (กรณีที่ดินอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร) หรือผู้ว่าราชการจังหวัด  (กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นแล้วแต่กรณี

เพื่อพิจารณาสั่งการ ดังนี้    

                    ..๑ กำหนดเวลาให้คนต่างด้าว นิติบุคคลต่างด้าว  หรือผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว จำหน่ายที่ดินภายในเวลาไม่น้อยกว่า

หนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี

              ..๒ พิจารณาว่าคนต่างด้าว นิติบุคคลต่างด้าว  หรือผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว ต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา ๑๑๑,๑๑๒

และ ๑๑๓ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ ประการใด คดีขาดอายุความแล้วหรือไม่ เพื่อแจ้ง

ความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีต่อไป

                    ..๓ พิจารณาว่าคนต่างด้าว นิติบุคคลต่างด้าว หรือผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว ต้องถูกดำเนินคดีอาญาฐานแจ้งข้อความ

อันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน หรือแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จ ลงในเอกสารราชการ  ตามมาตรา ๑๓๗  หรือมาตรา ๒๖๗  แห่งประมวลกฎหมายอาญา

หรือไม่ ประการใด  คดีขาดอายุความแล้วหรือไม่เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีต่อไป                                        

             .๒ กรณีอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นควรให้คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว  และผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคล

ต่างด้าว  จำหน่ายที่ดิน  และได้กำหนดเวลาให้จำหน่ายที่ดินแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้

                    ..๑ แจ้งให้คนต่างด้าว นิติบุคคลต่างด้าว  และผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลต่างด้าว จัดการจำหน่ายที่ดินในเวลาที่กำหนดให้ โดยนับ

แต่วันที่รับทราบ และแจ้งให้ทราบด้วยว่าถ้าไม่จัดการจำหน่ายที่ดินในเวลาที่กำหนด อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจจำหน่ายที่ดิน และสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละห้าของราคา

ที่จำหน่าย  (ตามมาตรา ๕๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนอกเหนือจากค่าธรรมเนียม  ภาษี และอากร ที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องเรียกเก็บ

                    ..๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำบันทึกถ้อยคำระหว่างคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลต่างด้าว และผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าวไว้เป็น

หลักฐาน  โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

                              (๑)  ผู้ที่จะรับโอนจากการจำหน่ายที่ดิน นอกจากเป็นผู้ที่มีความสามารถ และมีสิทธิถือที่ดินได้ตามกฎหมาย ต้องเป็นบุคคลที่คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าวยินยอมให้

รับโอน

                              () ราคาที่ดินที่จะจำหน่าย ให้คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว เป็นผู้กำหนด หรือให้ความยินยอม และให้คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าวเป็นผู้รับเงิน  (ในกรณีศาลมีคำ

พิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ก็ต้องดำเนินการตามนั้น)

                                (๓) ผู้ซึ่งได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคล ต่างด้าว มีหน้าที่เฉพาะจัดการจำหน่ายที่ดินในฐานะเป็นผู้มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน

เท่านั้น  ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกบุคคลผู้รับโอนที่ดิน เว้นแต่จะได้รับคำยินยอมจากคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลต่างด้าว

.๓ กรณีมีผู้ที่จะรับโอนจากการจำหน่ายที่ดินแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินไม่มาดำเนินการจำหน่ายที่ดิน  ให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

                                   ..๑ กรณีศาลมีคำพิพากษาให้จำหน่ายที่ดิน โดยให้คนไทยที่มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนไปจดทะเบียนโอนจำหน่ายให้  หากไม่ไปให้ถือคำพิพากษาของศาลแทนการ

แสดงเจตนา  ก็ให้ดำเนินการไปตามคำพิพากษา

                                   ..๒ กรณีศาลไม่มีคำพิพากษา ตาม  ๔..๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หมายเหตุให้ปรากฏในคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และในสัญญาช่องผู้โอนว่า “(จำหน่าย

ตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน  ลงวันที่ ……….)”

                            .๔ กรณีคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลต่างด้าว หรือผู้ถือที่ดินแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าวไม่จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม ๔..๑  ให้เจ้าหน้าที่สรุป

ข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นเสนออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด  เพื่อพิจารณาดำเนินการใช้อำนาจจำหน่ายที่ดิน ตามมาตรา ๙๔  แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป   โดยการจำหน่ายที่ดินมีขั้นตอน

การดำเนินการตามมาตรา ๕๐ – มาตรา ๕๕ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  (กล่าวโดยสรุปคือ  ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจำหน่ายที่ดินโดยการขาย หรือให้เช่าซื้อ  ตามหลักเกณฑ์

และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ ๔  (..๒๔๙๗ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ..๒๔๙๗ และมีอำนาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกินร้อยละห้า

ของราคาที่จำหน่ายนั้น  โดยถ้าจำหน่ายไม่ได้ภายในสองปีให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจจัดการขายที่ดินด้วยวิธีผ่อนส่งภายในสิบปี)

                            .๕ ขั้นตอนการดำเนินการกรณีอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจจำหน่ายที่ดิน ตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๕ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

                     ..๑ ให้ผู้มีสิทธิในที่ดิน (คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว) ตกลงกับพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าที่ดินแปลงใด หรือส่วนของที่ดินตอนใดจะพึงจำหน่าย ถ้าไม่สามารถตกลง

กันได้ ให้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติชี้ขาดต่อไป

                     ..๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งไปให้ผู้มีสิทธิในที่ดินทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตกลงกับคนต่างด้าวหรือ

นิติบุคคลต่างด้าว เกี่ยวกับราคาที่ดิน  โดยราคาที่ดินที่จะพึงตกลงนั้น  ให้ถือราคาตลาดตามที่เป็นอยู่ในวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินทราบว่าอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด

จะใช้อำนาจจำหน่าย

                    ..๓ นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบตามความใน ๔..๒ ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจครอบครองที่ดินนั้นทันที และให้ผู้มีสิทธิในที่ดิน บริวาร  ผู้เช่า

ผู้อาศัย และบุคคลอื่นใดที่อยู่ในที่ดินนั้น ออกจากที่ดินภายในกำหนดเวลาหนึ่งปี

                               ในกรณีที่มีสัญญาเช่าที่ดินแปลงนั้นอยู่ ก็ให้สัญญาเช่าเป็นอันระงับไปในวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินทราบว่าอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดจะใช้อำนาจ

จำหน่าย

                    ..๔ เมื่อมีการจำหน่ายที่ดิน โดยวิธีเช่าซื้อ หรือผ่อนชำระราคา  ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ชำระราคาที่ดินให้แก่ผู้มีสิทธิในที่ดินเป็นงวด ๆ ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา

สิบปี

                               สำหรับการผ่อนชำระราคาที่ดินนั้น  ให้คิดดอกเบี้ยร้อยละสามต่อปีของ

ราคาที่ดินที่ค้างชำระจากผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อ ให้แก่ผู้มีสิทธิในที่ดินเดิม

                    ..๕ ในกรณีการขายหรือให้เช่าซื้อที่ดินตามความในมาตรา ๕๐ ถ้าผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายหรือสัญญาเช่าซื้อ  แล้วแต่กรณี  ให้อธิบดีหรือ

ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจเรียกที่ดินคืน  ในการเรียกที่ดินคืนให้สิทธิในที่ดินตกเป็นของกรมที่ดินในวันที่ผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อได้ทราบหรือควรจะได้ทราบถึงการเรียกที่ดินคืน

                    ..๖ ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนที่ดินให้แก่ผู้ซื้อ   ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละห้าของราคาที่ดินที่จำหน่าย (ตามมาตรา ๕๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน)

นอกเหนือจากค่าธรรมเนียม  ภาษี และอากร ที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องเรียกเก็บตามระเบียบกฎหมาย โดยให้หักจากเงินที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับชำระราคาที่ดินจากผู้ซื้อ และเงินที่ได้จาก

การจำหน่ายที่ดินหลังหักค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว คงเหลือสุทธิเท่าใด ให้มอบให้คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว (ในกรณีศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นให้ดำเนินการตามนั้น)

.๖ วิธีการจำหน่ายที่ดินโดยการขายหรือให้เช่าซื้อ  ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๔(..๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ..๒๔๙๗

                   ..๑ ในการใช้อำนาจจำหน่ายที่ดินโดยการขาย หรือให้เช่าซื้อให้ปฏิบัติดังนี้

  1. (๑)  กรณีขายให้ขายโดยวิธีซื้อขายธรรมดา โดยการประกวดราคา หรือโดยการทอดตลาด

                               () กรณีให้เช่าซื้อ ให้ปฏิบัติตามความใน () โดยอนุโลม

                   ..๒  ผู้มีสิทธิในที่ดินจะเสนอความเห็นต่ออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดว่าในการขายหรือการให้เช่าซื้อนั้น ควรจะใช้วิธีซื้อขายธรรมดา การประกวดราคา หรือการ

ทอดตลาดก็ได้

                   ..๓ การขายหรือการให้เช่าซื้อ  ให้ดำเนินการในท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ ก่อนที่จะทำการขาย หรือให้เช่าซื้อที่ดินแปลงใดต้องประกาศให้ประชาชนทราบมีกำหนด ๓๐ วัน

ประกาศนั้นให้ปิดไว้ในที่เปิดเผย  ณ  สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินสาขา ๑ ฉบับณ  ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอท้องที่ ๑ ฉบับ  ที่บ้านกำนัน ๑  ฉบับ และในบริเวณที่ดินที่

จะขาย ๑ ฉบับ ในเขตเทศบาลให้ปิดไว้  ณ  สำนักงานเทศบาล ๑ ฉบับ และจะประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันด้วยก็ได้

                   ..๔ เมื่อหมดกำหนดระยะเวลาประกาศให้ขายหรือให้เช่าซื้อที่ดิน ตาม๔..๓ ถ้ามีผู้เสนอขอตกลงซื้อ หรือขอเช่าซื้อเท่ากับหรือสูงกว่าราคาที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๒

เมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินยินยอม ก็ให้ขายหรือให้เช่าซื้อไปได้

                  ..๕ เมื่อมีการตกลงซื้อขายหรือให้เช่าซื้อกันแล้ว ให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อชำระราคาที่ดินไว้ร้อยละยี่สิบก่อน ส่วนราคาที่ดินที่เหลือนั้นสำหรับกรณีซื้อขายเด็ดขาดให้ชำระ

ให้เสร็จในเมื่อจดทะเบียนโอนที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  สำหรับกรณีเช่าซื้อหรือซื้อโดยผ่อนชำระราคา ให้คำนวณราคาที่จะพึงผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้

ในมาตรา ๕๔  
.๗ กรณีไม่ได้โฉนดที่ดินมาหรือโฉนดที่ดินชำรุดหรือสูญหาย

                  ในกรณีอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด จะใช้อำนาจจำหน่ายที่ดิน  แต่ไม่ได้โฉนดที่ดินมา หรือโฉนดที่ดินเดิมเป็นอันตราย  ชำรุด  หรือสูญหายด้วยประการใด  ให้ดำเนินการ

ออกใบแทนให้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓ (..๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ..๒๔๙๗ ข้อ ๑๗ ()                                      

                                                                        

                                                

 

 

 


 
ที่มา :กองนิติการ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย
 
copyright 2006 © land.co.th