ข่าวที่ดิน การพัฒนาที่ดินรูปแบบต่าง ความเคลื่อนไหวราคาที่ดิน อสังหาอื่น ๆ

QH เร่งโละสต๊อกลดต้นทุนทดสอบ ทดสอบ

ดูข่าวทั้งหมด | วันที่ลงข่าว :6/21/2011 9:51:20 AM
--------------- นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการดำเนินการอยู่ที่ 21% และกำไรสุทธิ 6% เนื่องจากบริษัทได้มีการขายบ้านในราคาต่ำกว่าทุนประมาณ 700-800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของมูลค่ายอดขาย เนื่องจากต้องการปิดการขายบางโครงการที่อยู่ทำเลไม่ดี ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนในปีนี้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัทจะกลับมาอยู่ที่ระดับเดิมคือ 25% และ 8-9% ตามลำดับ เพราะไม่มีสินค้าค้างอยู่ในสต๊อก ทั้งนี้ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้จากการโอนบ้านไว้ที่ 9,000 ล้านบาท และมีรายได้จากการเช่าประมาณ 1,200 -1,300 ล้านบาท รวมรายได้ทั้งหมด 10,200-10,300 ล้านบาท



นายรัตน์ กล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะขายอาคารสำนักงานเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์อีก 5,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะขายให้กับนักลงทุนคนไทยกลุ่มเดิมที่เคยซื้อกองทุนไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถขายตึกได้ ก็อาจจะมีการออกหุ้นกู้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งได้มีการขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้แล้วเมื่อปีที่ผ่านมา จำนวน 4,000-5,000 ล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวจะนำไปใช้หนี้ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะใช้เงินลงทุนเพื่อซื้อที่ดินในปีนี้อีกไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสร้างยอดขายในปี 2551 และปี 2552 ที่บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ปีละ 20% นายรัตน์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่รวม 7 โครงการ มูลค่า 8,200 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการระดับบนในแบรนด์ของคิวเฮ้าส์ 2 โครงการได้แก่ พฤกษ์ภิรมย์ รีเจ้นท์ ราชพฤกษ์-สาทร จำนวน 107 ยูนิต มูลค่า 2,800 ล้านบาท และลัดดารมย์ ราชพฤกษ์ ปิ่นเกล้า จำนวน 210 ยูนิต มูลค่า 1,800 ล้านบาท ที่เหลือเป็นแบรนด์คาซ่า 5 โครงการเจาะกลุ่มลูกค้าบนล่าง หรือกลางบน ราคาขายตั้งแต่ 3.8-10 ล้านบาท สัดส่วนรายได้มาจากแบรนด์คิวเฮ้าส์ 60% และอีก 40% มาจากแบรนด์คาซ่า ส่วนปัจจุบันบริษัทมีสินค้ารอขายอยู่ที่ 9,850 ล้านบาทจาก 16 โครงการ



ทั้งนี้การที่บริษัทขยายการลงทุนเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การเมืองอึมครึมนี้ลูกค้าระดับบนหรือหรูที่เป็นเจ้าของธุรกิจจะไม่ค่อยสนใจซื้อบ้าน ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีทิศทางปรับตัวลดลงโดยปีนี้คาดว่าจะลดลงไปประมาณ 1% และลดต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะมีผลในด้านบวกต่อลูกค้าระดับกลาง-ล่าง ที่ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน





ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 
 
 
 
copyright 2006 © land.co.th